ภาษีบุคคลธรรมดาคืออะไร ใครบ้างที่ต้องจ่าย แล้วจ่ายเท่าไหร่?

การทำความเข้าใจเรื่องภาษีบุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่มีรายได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานออฟฟิศ มือปืนรับจ้างฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัว เพราะเมื่อถึงช่วงต้นปีคำถามที่มักตามมาเสมอคือรายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี และเรามีสิทธิในการลดหย่อนอะไรได้บ้าง การเตรียมตัวเรื่องการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาอย่างถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้เราปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน แต่ยังช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองผ่านการลดหย่อนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการเตรียมตัวสำหรับคํานวณภาษี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยกรมสรรพากรจะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บเพื่อนำเงินรายได้เหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ จัดสวัสดิการสังคม และสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยลักษณะของภาษีรายได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยนั้นจะเป็นการจัดเก็บในรูปแบบอัตราก้าวหน้า หมายความว่ายิ่งคุณมีรายได้สุทธิมากเท่าไหร่ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องจ่ายก็จะขยับสูงขึ้นตามลำดับฐานภาษีบุคคลธรรมดาของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปตามโครงสร้างรายได้และค่าลดหย่อนส่วนตัว

ใครบ้างมีหน้าที่ต้อง​ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หลายคนมักสับสนระหว่างการยื่นภาษีกับการเสียภาษี ซึ่งความจริงแล้วแม้ว่าเราจะไม่มีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม แต่หากมีรายได้ถึงเกณฑ์หรือพำนักในไทยตามเงื่อนไข ก็มีหน้าที่ต้องแสดงรายการตามกฎหมาย โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ที่มีหน้าที่การยื่นภาษีบุคคลธรรมดา มีดังนี้

พิจารณาจากสถานะบุคคล

  • บุคคลธรรมดา : ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ (หากเป็นผู้เยาว์ พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องยื่นแทน)
  • ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี : หากผู้เสียชีวิตมีรายได้ถึงเกณฑ์ก่อนเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการยื่นแบบแทน
  • กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง : ในกรณีที่มีรายได้เกิดจากทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้จัดสรรให้ทายาท
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล : กลุ่มคนที่มาร่วมกันทำกิจการแต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท

พิจารณาจากแหล่งที่มาของเงินได้และถิ่นที่อยู่

  • แหล่งเงินได้ภายในประเทศ : หากคุณมีรายได้จากการทำงานหรือทรัพย์สินในไทย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนสัญชาติใด หรือจะอาศัยอยู่ในไทยกี่วันก็ตาม คุณมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ส่วนนี้
  • แหล่งเงินได้จากต่างประเทศ : หากคุณมีรายได้จากต่างประเทศ (เช่น ทำงานในต่างประเทศหรือมีทรัพย์สินในต่างประเทศ) และนำเงินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน บวกกับคุณอาศัยอยู่ในไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษีนั้น คุณจะมีสถานะเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย” ตามกฎหมายภาษี และต้องนำรายได้นั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีในไทยด้วย

​ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ตั้งแต่วันไหน

สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี (รายได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม) โดยปกติจะเริ่มยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป แต่หากเป็นการยื่นภาษีออนไลน์ บุคคลธรรมดาผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรหรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax จะได้รับการขยายเวลาออกไปอีกถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลและการขอคืนภาษี แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ที่มีรายได้จากการให้เช่า รับเหมา ทำธุรกิจ หรือประกอบวิชาชีพอิสระ ต้องยื่นภาษีเพิ่มช่วงกลางปีสำหรับรายได้ของ 6 เดือนแรกของปีภายในเดือนกันยายนของปีนั้น ๆ ด้วย

เงินได้พึงประเมินมีอะไรบ้าง แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

กฎหมายไทยกำหนดให้เงินได้เกือบทุกประเภทถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดา โดยแบ่งตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

40(1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน (เงินได้ประเภทที่ 1)

เช่น เงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักที่ได้จากนายจ้าง เป็นรายได้หลักของพนักงานประจำ

40(2) เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ (เงินได้ประเภทที่ 2)

คล้ายประเภทที่ 1 แต่เป็นการรับจ้างทำงานให้เป็นครั้งคราว เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่านายหน้า หรือค่าเบี้ยประชุม

40(3) ค่าลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร (เงินได้ประเภทที่ 3)

รวมถึงค่า Goodwill หรือค่าความนิยมในธุรกิจ เงินได้จากทรัพย์สินทางปัญญา และรายได้จากการเขียนหนังสือหรือสร้างสรรค์งานศิลปะ

40(4) เงินได้จากการลงทุน (เงินได้ประเภทที่ 4)

เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุนรวม และผลประโยชน์จากการโอนคริปโทเคอร์เรนซี

40(5) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน (เงินได้ประเภทที่ 5)

 ไม่ว่าจะเป็นการเช่าบ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่สร้างรายได้ในรูปแบบค่าเช่า

40(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ (เงินได้ประเภทที่ 6)

ครอบคลุมเฉพาะ 6 อาชีพ ได้แก่ แพทย์ (ประกอบโรคศิลปะ), นักกฎหมาย, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี และช่างประณีตศิลป์

40(7) เงินได้จากการรับเหมา (เงินได้ประเภทที่ 7)

เป็นรายได้ที่ผู้รับเหมาต้องจัดหาทั้งแรงงานและวัสดุอุปกรณ์เองทั้งหมดเพื่อมาทำงานให้สำเร็จ

40(8) เงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ หรืออื่น ๆ (เงินได้ประเภทที่ 8)

รายได้ที่ไม่เข้าพวกใน 7 ข้อแรก เช่น การขายของออนไลน์ เงินได้จากการเกษตร หรือกำไรจากการขายทรัพย์สิน

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดหากเราทำตามขั้นตอนที่เป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของรายได้และยอดภาษีที่ต้องชำระจริง ดังนี้

1. รวบรวมเงินได้พึงประเมิน : นำรายได้ทุกประเภทที่ได้รับตลอดทั้งปีมารวมกัน ระวังอย่าลืมรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ

2. หักค่าใช้จ่ายตามประเภทรายได้ : กฎหมายอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามประเภทของเงินได้ 8 ประเภท

3. หักค่าลดหย่อน : นำสิทธิการลดหย่อนต่าง ๆ เช่น ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท, ประกันชีวิต, หรือกองทุนรวม มาหักลบออก

4. หาเงินได้สุทธิโดยใช้สูตร : เงินได้สุทธิ = (เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน)

5. คำนวณตามอัตราภาษีก้าวหน้า : นำเงินได้สุทธิไปเทียบกับตารางฐานภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อดูว่าตกที่กี่เปอร์เซ็นต์

6.คำนวณภาษีแต่ละขั้น : นำเงินได้สุทธิมาแตกตามช่วงชั้นและคูณด้วยเปอร์เซ็นต์ของแต่ละขั้นแล้วนำมารวมกัน

7. หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย : หากระหว่างปีเราถูกหักภาษีไว้ล่วงหน้า ให้นำยอดนั้นมาลบออกจากภาษีที่คำนวณได้

8. สรุปยอดภาษี : ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นตัวบอกว่าคุณต้องชำระภาษีเพิ่ม หรือมีสิทธิได้รับภาษีคืน

ตารางวิธีคิดภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การเข้าใจวิธีคิดภาษีแบบขั้นบันไดจะช่วยให้คุณวางแผนได้ว่าต้องใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่มอีกเท่าไหร่เพื่อให้อยู่ในฐานภาษีที่ต่ำลง นี่คือตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้ในปัจจุบัน

เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษี (%)ภาษีสูงสุดในแต่ละขั้น (บาท)ภาษีสะสม (บาท)
0 – 150,000ยกเว้น00
150,001 – 300,0005%7,5007,500
300,001 – 500,00010%20,00027,500
500,001 – 750,00015%37,50065,000
750,001 – 1,000,00020%50,000115,000
1,000,001 – 2,000,00025%250,000365,000
2,000,001 – 5,000,00030%900,0001,265,000
5,000,001 ขึ้นไป35%ตามจริง

ตัวอย่าง​​การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของคํานวณภาษีบุคคลธรรมดามากขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณของพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนคงที่ตลอดปีกัน

ตัวอย่าง :

สมมติคุณเอมีเงินเดือน 50,000 บาท ไม่มีรายได้อื่น มีค่าลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคมเท่านั้น

  • เงินได้พึงประเมินทั้งปี : 50,000 x 12 = 600,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 1 แสน) = – 100,000 บาท
  • หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = – 60,000 บาท
  • หักประกันสังคม (สูงสุด) = – 9,000 บาท
  • เงินได้สุทธิ = 431,000 บาท

วิธีคิดภาษี :

  • ช่วง 0 – 150,000 แรก : ยกเว้นภาษี
  • ช่วง 150,001 – 300,000 : 7,500 บาท
  • ช่วง 300,001 – 431,000 : 431,000 – 300,000 = 131,000 x 10% = 13,100 บาท 
  • รวมภาษีที่ต้องจ่าย : 7,500 + 13,100 = 20,600 บาท

เงินเดือนเท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไร

สำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ที่สงสัยว่ารายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี หากคุณมีเพียงค่าลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคม ยอดคร่าว ๆ จะเป็นดังนี้

  • เงินเดือนไม่เกิน 26,000 บาท : มักจะไม่ต้องเสียภาษีเลย แต่ยังต้องยื่นแบบ เนื่องจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนส่วนตัวมักจะไม่เกิน 150,000 บาท
  • เงินเดือน 30,000 บาท : จะมียอดเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 4,000 – 5,000 บาทต่อปี
  • เงินเดือน 50,000 บาท : จะต้องจ่ายภาษีประมาณ 20,000 กว่าบาท (ดังตัวอย่างข้างต้น)
  • เงินเดือน 100,000 บาท : ภาระภาษีจะพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทขึ้นไปต่อปี หากไม่มีตัวช่วยลดหย่อนอื่นเลย

รายการตัวช่วยสำหรับการลดหย่อนภาษี

การวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เงินในกระเป๋าของคุณเหลือมากขึ้นอย่างถูกกฎหมาย โดยรัฐบาลได้กำหนดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งการดูแลครอบครัว การออมเงินระยะยาว และการกระตุ้นเศรษฐกิจ

กลุ่มที่ 1 สิทธิลดหย่อนพื้นฐานด้านครอบครัวและตนเอง

กลุ่มนี้ถือเป็นการลดหย่อนภาษีขั้นพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีทุกคนมีสิทธิได้รับตามสถานะทางครอบครัว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว : ผู้เสียภาษีทุกคนได้รับสิทธิทันทีคนละ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส : หากคู่สมรสไม่มีรายได้ สามารถนำมาลดหย่อนได้อีก 60,000 บาท
  • สิทธิลดหย่อนบุตร :
    • บุตรชอบด้วยกฎหมาย : หักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
    • กรณีบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป (ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561) : รับสิทธิเพิ่มเป็นคนละ 60,000 บาท
    • บุตรบุญธรรม : ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท แต่เมื่อรวมกับบุตรจริงแล้วต้องไม่เกิน 3 คน
  • ค่าดูแลครรภ์และคลอดบุตร : สามารถหักลดหย่อนตามค่าใช้จ่ายจริงในแต่ละครรภ์ สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
  • ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา : หากคุณหรือคู่สมรสดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ท่านละ 30,000 บาท
  • สิทธิอุปการะคนพิการหรือคนทุพพลภาพ : หากคุณเป็นผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมาย สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงถึง 60,000 บาทต่อคน

กลุ่มที่ 2 สิทธิลดหย่อนเพื่อความมั่นคง การออม และการลงทุน

ถือเป็นกลุ่มที่ช่วยในเรื่องการวางแผนเกษียณและสร้างหลักประกันในชีวิต โดยภาษีบุคคลธรรมดาจะลดลงตามจำนวนเงินที่คุณนำไปออมหรือลงทุนตามเงื่อนไข

  • เงินสมทบประกันสังคม : หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่ถูกหักจริงตลอดปีภาษี (สูงสุด 9,000 บาท)
  • เบี้ยประกันชีวิตและเงินออมสะสม : หักลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (ต้องมีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป)
  • ประกันสุขภาพตนเอง : หักลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตกลุ่มแรกแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
  • ประกันสุขภาพบิดามารดา : หากชำระเบี้ยประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ สามารถหักลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) : ลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข. / กอช. : หักลดหย่อนได้ตามสัดส่วนที่กฎหมายแต่ละกองทุนกำหนด
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
  • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) : ลงทุนเพื่อความยั่งยืนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • หมายเหตุสำคัญ : เงินออมกลุ่มเกษียณ (RMF, PVD, กบข., กอช. และประกันบำนาญ) เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กลุ่มที่ 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัย

รัฐบาลมักออกนโยบายพิเศษในแต่ละปีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งเป็นตัวช่วยชั้นดีในการคํานวณภาษี ให้มียอดจ่ายน้อยลง ตัวอย่างเช่น

  • Easy e-Receipt : มาตรการลดหย่อนจากการซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ สูงสุด 50,000 บาท (ตามช่วงเวลาที่กำหนด)
  • โครงการท่องเที่ยวเมืองรอง : สนับสนุนการท่องเที่ยวใน 55 จังหวัดรอง สามารถนำค่าที่พักหรือค่าแพ็คเกจทัวร์มาลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท
  • ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย : ดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนจากการสร้างบ้าน : สำหรับผู้ที่สร้างบ้านใหม่ในช่วงปี 2567-2568 สามารถลดหย่อนได้ 10,000 บาท ต่อมูลค่าการก่อสร้างทุก 1 ล้านบาท (สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)

กลุ่มที่ 4 การลดหย่อนผ่านการแบ่งปันและเงินบริจาค

นอกจากการช่วยเหลือสังคมแล้ว การบริจาคยังเป็นวิธีคิดภาษีที่ช่วยลดรายได้สุทธิของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • เงินบริจาคทั่วไป : หักลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักลดหย่อนตัวอื่นแล้ว
  • การบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา กีฬา และสาธารณสุข : สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง (แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ)
  • เงินสนับสนุนพรรคการเมือง : บริจาคเพื่อพัฒนาการเมืองไทย สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 10,000 บาท

คำแนะนำ : รายการลดหย่อนเหล่านี้อาจมีการปรับปรุงตามมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละปี การตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบยื่นภาษีปี 2568 ทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. ถึง 8 เม.ย. ปี 2569 บุคคลธรรมดา จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่อัปเดตที่สุดและป้องกันความผิดพลาดในการแสดงรายการภาษีของคุณ

วิธีลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมาย

การเสียภาษีบุคคลธรรมดาให้คุ้มค่าที่สุดคือการวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างชาญฉลาด โดยเน้นการตรวจสอบเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเรียกคืนภาษีในภายหลัง

  • ตรวจสอบสิทธิก่อนใช้ : เช่น กองทุน RMF ต้องถือครองตามระยะเวลาที่กำหนด ห้ามขายก่อน มิเช่นนั้นต้องคืนภาษีพร้อมค่าปรับ
  • เก็บเอกสารหลักฐาน : แม้ปัจจุบันจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลออนไลน์ แต่การมีใบเสร็จหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันสำรองไว้จะช่วยให้การชี้แจงราบรื่นขึ้น
  • กระจายสิทธิการลดหย่อน : หากเป็นคู่สมรสที่ต่างคนต่างมีรายได้ ควรคำนวณดูว่าใครใช้สิทธิลดหย่อนบุตรหรือดูแลบิดามารดาแล้วจะทำให้ภาพรวมภาษีของครอบครัวประหยัดที่สุด

เราจะสามารถลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง

ขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นลดหย่อนคือการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายและการออมของคุณเองเพื่อนำมาปรับใช้กับการเสียภาษีบุคคลธรรมดา

  • ออมผ่านประกัน : หากคุณต้องการความคุ้มครองควบคู่ไปกับการออม การซื้อประกันชีวิตเป็นทางเลือกอันดับแรกๆ ที่คนทำกัน
  • ลงทุนเพื่ออนาคต : การซื้อกองทุน RMF ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาษีในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการสร้างเงินก้อนเพื่อวัยเกษียณ
  • ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ : ในบางปีจะมีโครงการพิเศษ เช่น Easy E-Receipt ซึ่งช่วยให้เรานำค่าซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น

สรุปภาษีบุคคลธรรมดาสำคัญอย่างไร

การมีความรู้เรื่องภาษีบุคคลธรรมดาไม่ใช่แค่เรื่องของการทำหน้าที่พลเมืองดีเท่านั้น แต่คือส่วนหนึ่งของการฉลาดใช้เงิน เพราะทุกบาทที่ประหยัดได้จากการลดหย่อนภาษีคือเงินออมที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าของคุณ อย่างไรก็ตามกฎเกณฑ์เรื่องภาษีอาจมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากคุณต้องการวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบเพื่อรับมือกับการคํานวณภาษี 2569 ให้คุ้มค่าที่สุด Finnergy พร้อมให้บริการวางแผนการเงินส่วนบุคคลและบริหารจัดการภาษีแบบมืออาชีพ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยวิเคราะห์หาจุดสมดุลระหว่างรายได้และการลดหย่อน เพื่อให้คุณเสียภาษีอย่างถูกต้องและได้ประโยชน์สูงสุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีบุคคลธรรมดา (FAQs)

ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี

บุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ แม้จะไม่ต้องเสียภาษีก็ต้องยื่นแบบ เช่น คนโสดที่มีรายได้จากเงินเดือนเกิน 120,000 บาทต่อปี หรือรายได้ประเภทอื่นเกิน 60,000 บาทต่อปี

เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี

คือเงินได้พึงประเมิน 8 ประเภทตามประมวลรัษฎากร เช่น เงินเดือน, ค่านายหน้า, ดอกเบี้ย, เงินปันผล, ค่าเช่า, ค่าวิชาชีพอิสระ, ค่ารับเหมา และรายได้จากการค้าขายทั่วไป

บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบภาษีเมื่อไร

ยื่นแบบปีละ 1 ครั้ง (ภ.ง.ด.90/91) ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป และบางกรณีต้องยื่นครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภายในเดือนกันยายนสำหรับเงินได้ประเภทที่ 5-8

สามารถยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ได้ที่ไหน

สามารถยื่นผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรมสรรพากร (E-Filing) หรือผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเวลาที่เปิดรับแบบ

ยื่นภาษีช้า มีค่าปรับหรือผลเสียอะไรบ้าง

ต้องระวางโทษปรับทางอาญาสูงสุด 2,000 บาท และหากมีภาษีต้องชำระ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องจ่าย

ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.94 หากมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม สามารถผ่อนชำระได้หรือไม่

หากยอดภาษีต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระได้ 3 งวดเท่า ๆ กัน โดยไม่มีดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

ทำไมต้องยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี​

เพื่อช่วยลดภาระการจ่ายเงินก้อนโตในช่วงต้นปี และเป็นมาตรการของรัฐในการเร่งจัดเก็บภาษีจากผู้ที่มีรายได้ประเภทที่ไม่แน่นอน เช่น ค่าเช่าหรือการค้าขาย

หากยื่นภาษีแล้วไม่มียอดต้องชำระ ยังจำเป็นต้องยื่นแบบหรือไม่

ยังจำเป็นต้องยื่น หากรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการแสดงที่มาของรายได้ที่ถูกต้องและป้องกันการถูกตรวจสอบย้อนหลัง

รายได้จากฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระ ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีแบบใด

ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เนื่องจากมีรายได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น มาตรา 40(2) หรือ 40(6) และต้องยื่นครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) หากมีรายได้เข้าเกณฑ์

หากไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.94 จะมีผลหรือบทลงโทษอย่างไร

จะต้องเสียค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนเช่นเดียวกับการยื่นประจำปี และอาจทำให้ประวัติการเสียภาษีไม่สมบูรณ์เมื่อต้องทำธุรกรรมการเงิน

ออกแบบวางแผนทางการเงิน
โดยทีมนักวางแผนการเงินมืออาชีพ
วิเคราะห์สถานะทางการเงินอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดทิศทางการเงินที่ชัดเจน ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในทุกเป้าหมายชีวิต

ช่องทางการติดตามเรา

ติดตามข่าวสาร ความรู้ และบทความด้านการเงิน พร้อมอัปเดตบริการและข้อมูลสำคัญจากเราอย่างสม่ำเสมอ
เขียนบทความโดย :

ทีมนักวางแผนการเงินมืออาชีพ - Finnergy

บทความนี้จัดทำโดยทีมนักวางแผนการเงินมืออาชีพจาก Finnergy โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลด้านการเงินที่ถูกต้อง เป็นกลาง และเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้กับการวางแผนทางการเงินของตนเองได้อย่างเหมาะสม

Finnergy วางแผนการเงิน ให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ชีวิตคุณ

วางแผนการเงินอย่างเป็นระบบโดยที่ปรึกษามืออาชีพ ปรึกษาเราเพื่อแผนการเงินที่ตอบโจทย์เป้าหมายของคุณ