การเริ่มต้นทำงานหรือการปรับเงินเดือนใหม่ในแต่ละปี มักมาพร้อมกับคำถามสำคัญที่วัยทำงานทุกคนต้องเจอคือ เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี และใครบ้างที่ต้องเสียภาษีในปีนี้ เนื่องจากโครงสร้างภาษีและค่าลดหย่อนมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายเศรษฐกิจ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่ารายได้เท่าไหร่เสียภาษี ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องคอยกังวลกับเบี้ยปรับย้อนหลัง และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
เงินเดือนเท่าไหร่เสียภาษี
สำหรับปี 2569 เกณฑ์รายได้ที่ต้องเริ่มเสียภาษียังคงอ้างอิงจากเงินได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว โดยสรุปง่าย ๆ คือ หากคุณมีเงินเดือนเพียงอย่างเดียวและไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากค่าส่วนตัวและประกันสังคม เงินเดือนที่เริ่มต้องเสียภาษีคือ 26,000 บาทขึ้นไป
ตารางเกณฑ์การเสียภาษีและข้อแตกต่างระหว่างการยื่นกับเสียภาษี
| รายได้เฉลี่ยต่อเดือน | รายได้รวมต่อปี | หน้าที่ทางภาษี |
| ไม่เกิน 10,000 บาท | ไม่เกิน 120,000 บาท | ไม่ต้องยื่นภาษี และไม่ต้องเสียภาษี |
| 10,001 – 25,999 บาท | 120,001 – 311,999 บาท | ต้องยื่นภาษี แต่ไม่ต้องเสียภาษี |
| 26,000 บาทขึ้นไป | 312,000 บาทขึ้นไป | ต้องยื่นภาษี และต้องเสียภาษี |
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยกรมสรรพากรจะคำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” ซึ่งหาได้จาก (รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) แล้วนำตัวเลขที่ได้ไปเทียบกับตารางเสียภาษีแบบขั้นบันได ยิ่งมีรายได้สุทธิมากอัตราการเสียภาษีก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศและจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน
บุคคลใดมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีบ้าง

หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า “ยื่นภาษี” กับ “เสียภาษี” แท้จริงแล้วกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องรายงานตัวต่อกรมสรรพากร แม้ว่าคำนวณออกมาแล้วจะไม่ต้องจ่ายภาษีสักบาทก็ตาม โดยรายได้เท่าไหร่ต้องยื่นภาษี มีเกณฑ์ดังนี้
1. คนโสดที่มีรายได้จากเงินเดือน
หากคุณเป็นคนโสดและมีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว (เงินได้ประเภทที่ 1) เกณฑ์คือต้องมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 120,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท)
2. คนโสดที่มีรายได้ประเภทอื่น
หากมีรายได้อื่น ๆ เช่น ฟรีแลนซ์, ขายของออนไลน์, เงินปันผล (เงินได้ประเภทที่ 2-8) แม้จะไม่มีเงินเดือน ถ้ามีรายได้รวมทั้งปีเกิน 60,000 บาท ก็ถือเป็นบุคคลที่ต้องยื่นภาษี
3. คนที่มีคู่สมรส
ในกรณีที่มีคู่สมรส เกณฑ์รายได้จะขยับขึ้น โดยหากมีเงินเดือนอย่างเดียวต้องมีรายได้รวมกันเกิน 220,000 บาทต่อปี หรือหากมีรายได้ประเภทอื่นต้องเกิน 120,000 บาทต่อปี
กำหนดยื่นภาษีได้ถึงวันไหน
สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ซึ่งเป็นการสรุปรายได้ของปี 2025 เพื่อยื่นในปี 2569) ปกติจะเริ่มยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม หากยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ แต่ถ้าคุณเลือกยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของกรมสรรพากร มักจะได้สิทธิขยายเวลาออกไปจนถึงช่วงกลางเดือนเมษายน (ตามประกาศรายปี)
เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นภาษี

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้การคำนวณรายได้เท่าไหร่ถึงเสียภาษี ของคุณแม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องการขอคืนภาษี เอกสารสำคัญที่ต้องมีได้แก่
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) : เป็นเอกสารสำคัญที่สุดที่ระบุว่าปีที่ผ่านมาเรามีรายได้รวมเท่าไหร่ และถูกหักภาษีไว้ล่วงหน้าเท่าไหร่
- รายการลดหย่อนภาษี : เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, หลักฐานการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี (RMF, ThaiESG), และใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ถ้ามี)
- ข้อมูลส่วนตัวและครอบครัว : เลขประจำตัวประชาชนของบุตร, บิดามารดา หรือคู่สมรส เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนตามเงื่อนไข
วิธียื่นภาษีออนไลน์
ปัจจุบันกรมสรรพากรสนับสนุนให้ยื่นผ่านระบบ e-Filing เพราะสะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย โดยมีขั้นตอนพื้นฐานดังนี้
1. เข้าเว็บไซต์สรรพากร : เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th และไปที่หน้า e-Filing และเข้าสู่ระบบด้วยเลขประจำตัวประชาชน
2. กรอกข้อมูลรายได้ : เลือกประเภทรายได้ตามแหล่งที่มา (เช่น มาตรา 40(1) สำหรับเงินเดือน) และระบุยอดเงินตามใบ 50 ทวิ
3. ระบุค่าลดหย่อน : ใส่ข้อมูลค่าลดหย่อนทั้งหมดที่มี เพื่อให้ระบบคำนวณฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต่ำที่สุดให้คุณ
4. ตรวจสอบและยืนยัน : ตรวจสอบยอดภาษีที่ต้องชำระเพิ่มหรือยอดที่ได้รับคืน ก่อนกดยืนยันการยื่นแบบ
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีกี่แบบ

การจะทราบว่าเงินเดือนเท่าไหร่ถึงเสียภาษี และต้องเสียเท่าไหร่นั้น กรมสรรพากรมีวิธีคำนวณ 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการจัดเก็บรายได้ ดังนี้
1. วิธีเงินได้สุทธิ (แบบขั้นบันได)
วิธีนี้ใช้สำหรับผู้มีเงินเดือน โดยคำนวณจาก (รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปคูณกับอัตราการเสียภาษีตามระดับชั้นเงินเดือน ด้านล่างคือตารางอัตราการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได
ตารางเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได
| เงินได้สุทธิต่อปี | อัตราภาษี |
| ไม่เกิน 150,000 บาท | ยกเว้นภาษี |
| 150,001 – 300,000 บาท | 5% |
| 300,001 – 500,000 บาท | 10% |
| 500,001 – 750,000 บาท | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 บาท | 30% |
| 5,000,001 บาทขึ้นไป | 35% |
2. วิธีเงินได้พึงประเมิน (แบบเหมา 0.5%)
ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนรวมกันตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยจะนำรายได้ทั้งหมด (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) มาคูณด้วย 0.005 หากคำนวณแล้วได้ภาษีเกิน 5,000 บาท และมียอดสูงกว่าวิธีแรก ให้เสียภาษีตามวิธีนี้
วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไรดี
การวางแผนภาษีไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อลดฐานภาษีบุคคลธรรมดาของเราให้ต่ำลง เพื่อใช้สิทธิประโยชน์อย่างคุ้มค่า
1. ใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
เริ่มต้นจากการใช้สิทธิพื้นฐาน เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท, ค่าลดหย่อนบุตร, และการดูแลบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาท
2. ออมเงินผ่านประกันและกองทุน
ลงทุนในกองทุน RMF หรือ ThaiESG ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาษีแล้ว ยังเป็นการสร้างเงินออมในอนาคต รวมถึงการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด
3. การบริจาคและการศึกษา
การบริจาคให้มูลนิธิหรือสถานศึกษา (e-Donation) เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดภาษีได้ โดยบางกรณีสามารถลดหย่อนได้ถึง 2 เท่าของยอดที่จ่ายจริง
4. วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ
การวางแผนการเงินที่ดีควรเริ่มตั้งแต่ต้นปี ไม่ควรรอจนถึงช่วงปลายปีเพื่อหาซื้อกองทุนหรือประกันเพียงอย่างเดียว การกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่ลดหย่อนภาษีได้จะช่วยให้คุณบริหารกระแสเงินสดได้คล่องตัวกว่า และยังทำให้คุณคำนวณรายได้เท่าไหร่เสียภาษีได้แม่นยำตลอดทั้งปี
5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและภาษี
หากคุณมีรายได้จากหลายช่องทางหรือมีฐานภาษีที่ค่อนข้างสูง การปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) จะช่วยออกแบบพอร์ตการลงทุนและสิทธิลดหย่อนให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ครบถ้วนและถูกกฎหมายที่สุด
6. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภาษีอยู่เสมอ
กฎหมายภาษีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมักมีการอัปเดตใหม่ในแต่ละปี การติดตามข่าวสารจะช่วยให้คุณไม่พลาดสิทธิลดหย่อนพิเศษที่รัฐบาลประกาศใช้ ซึ่งอาจช่วยลดอัตราการเสียภาษีของคุณลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ยื่นภาษีย้อนหลังได้ไหม

หากคุณตรวจสอบแล้วพบว่าตนเองเข้าเกณฑ์รายได้ต่อปีเท่าไหร่ต้องเสียภาษี แต่ลืมยื่นแบบในปีที่ผ่าน ๆ มา คุณสามารถและควรดำเนินการยื่นภาษีย้อนหลังให้เร็วที่สุด โดยต้องไปติดต่อที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ด้วยตนเอง แม้จะมีค่าปรับและเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน แต่การเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจจะดีกว่าการรอให้กรมสรรพากรส่งจดหมายเรียกตรวจภายหลัง
สรุปรายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี อัปเดตล่าสุด 2569
เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี คือหากคุณมีรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้วเกิน 150,000 บาทต่อปี คุณจึงจะมีภาระภาษีที่ต้องจ่ายจริง แต่ถ้ามีรายได้รวมเกิน 120,000 บาทต่อปี คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเสมอ การมีความเข้าใจในตารางเสียภาษีและฐานภาษีบุคคลธรรมดา จะช่วยให้คุณจัดการการเงินได้อย่างมืออาชีพ หากคุณรู้สึกว่าเรื่องภาษีเป็นเรื่องซับซ้อน หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยบริหารจัดการและวางแผนลดหย่อนภาษีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด Finnergy พร้อมให้บริการวางแผนการเงินส่วนบุคคลและวางแผนจัดการภาษีครบวงจร เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกการยื่นภาษี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี (FAQs)
เงินเดือน 15,000 บาท ต้องเสียภาษีไหม
ไม่ต้องเสียภาษี เพราะรายได้รวมทั้งปี 180,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนส่วนตัวแล้ว เงินได้สุทธิจะไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่ยังมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย
ทำฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีไหม
ต้องเสียภาษี หากมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 60,000 บาท ต้องยื่นภาษี และถ้าเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายตามประเภทงานและค่าลดหย่อนแล้วเกิน 150,000 บาท ก็ต้องเสียภาษีตามอัตราขั้นบันได
ภงด. 90 และ 91 ต่างกันอย่างไร
ภ.ง.ด. 91 ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว (มาตรา 40(1)) ส่วน ภ.ง.ด. 90 ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้หลายทาง หรือรายได้ประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเดือน
รายได้ 600,000 บาทต่อปีเสียภาษีเท่าไร
หากหักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท และลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (รวม 160,000) จะเหลือเงินได้สุทธิ 440,000 บาท ซึ่งตกอยู่ในฐานภาษี 10% โดยคำนวณแบบขั้นบันไดรวมแล้วจะเสียภาษีประมาณ 21,500 บาท (ยังไม่รวมลดหย่อนอื่น ๆ)
เงินได้สุทธิ 220,000 บาท ต้องเสียภาษีเท่าไร
เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับการยกเว้น ส่วนที่เกินมา 70,000 บาท จะถูกคิดภาษีในอัตรา 5% ดังนั้นจะต้องเสียภาษีทั้งหมด 3,500 บาท
ถ้าไม่ยื่นภาษี จะมีผลอย่างไร
จะมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท และหากมีภาษีที่ต้องจ่ายแต่ไม่ได้จ่าย จะต้องเสียเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) อีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้างชำระ
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี
คนโสดที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี (กรณีเงินเดือน) หรือเกิน 60,000 บาทต่อปี (กรณีรายได้อื่น) และคนมีคู่สมรสที่มีรายได้รวมกันเกิน 220,000 บาทต่อปี (กรณีเงินเดือน) หรือเกิน 120,000 บาทต่อปี (กรณีรายได้อื่น)
บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบภาษีเมื่อไร
ยื่นปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมของปีถัดไป (แบบกระดาษ) หรือถึงช่วงกลางเดือนเมษายน (แบบออนไลน์) และบางอาชีพต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนด้วย
สามารถยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ได้ที่ไหน
สามารถยื่นได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ผ่านระบบ e-Filing หรือผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax บนสมาร์ทโฟน
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นภาษี มีอะไรบ้าง
ได้แก่ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), รายการลดหย่อนภาษี เช่น เบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ, กองทุน RMF/ThaiESG, ใบกำกับภาษีโครงการช้อปดีมีคืน (ถ้ามี) และข้อมูลเลขบัตรประชาชนผู้ที่เรานำมาใช้สิทธิลดหย่อน
